การคลุกคลีกับเทคโนโลยีในวัยเด็กมีผลต่อภาวะทางความคิดของวัยที่เริ่มเติบโต

การเปลี่ยนพฤติกรรมจากการอ่านหนังสือสิ่งพิมพ์ธรรมดาไปเป็นการรับข่าวสารผ่านแท็บเล็ต อีกทั้งการเปิดเครื่องมือค้นหา และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการทำการบ้าน นัดพบเปิด Google+ Hangout ถ่ายทอดสดให้คนทั่วโลกดูกิจวัตรของเรา ใช่ครับ โลกในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว และเปลี่ยนไปเยอะมากจนลืมไปว่าเราอยู่กันแบบเดิมอย่างไร

เด็กอายุ 3-5 ขวบ สามารถทำความเข้าใจ iPad ได้รวดเร็ว และดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่กำราบอาการงอแงของพวกเขาซะอยู่หมัด วัยรุ่นใช้เวลาในการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ และทำกิจกรรมกับมันชั่วโมงละไม่ต่ำกว่า 8-10 ครั้ง

หากสังเกตวัยรุ่นทุกวันนี้ จะพบว่า พวกเขาใช้เวลาคลุกคลีกับคอมพิวเตอร์มากกว่าหนังสือ และใช้เวลากับการออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง บนทุกแพลตฟอร์ม รวมไปถึงสมาร์ทโฟน สมาธิของพวกเขามักจะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่ละสายตาไปจากมัน

ทั้งได้เห็นช่วงอายุระหว่าง 18-25 ปี ที่ถือว่าเป็นช่วงวัยรุ่น ได้เปลี่ยนไปเป็นอายุ 30-45 ปีแทน หมายความว่า เจเนอเรชั่นหรือช่วงอายุของผู้คนได้ยกระดับขึ้น ยุคของคนที่คาบเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์และคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นกลุ่มวัยกลางคน และผู้สูงอายุ ยุคของวัยรุ่นที่โตมาพร้อมกับประตูที่เปิดกว้างของเทคโนโลยีเริ่มกลายเป็นกลุ่มของวัยผู้ใหญ่ มีผลต่อเนื่องเป็นไปถึงกลุ่มวัยรุ่นหรือเยาวชนในยุคหลังด้วย เรากำลังก้าวสู่ยุคของวัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า วัฒนธรรมหน้าจอ Teenagers to Screenagers

เมื่อใดที่ลูกของตนเริ่มงอแง การดูแลเอาใจใส่จากเดิมหายไป กลับหยิบเอา iPad ให้ลูก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจดจ่อกับสิ่งอื่นแทน

ข้อดีคือ ลดภาระของพ่อแม่ ลูกสามารถทำความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพในการรับรู้กับเทคโนโลยีตัวใหม่ได้เร็วขึ้น

ข้อเสียก็คือ เทคโนโลยีกำลังแย่งความรักไปจากมนุษย์ และยังมีผลทำให้สมาธิและอารมณ์ของเด็กสั้นจนเกินไปอีกด้วย

วัฒนธรรมหน้าจอที่ยกขึ้นมา ทำให้เด็กอยู่กับการตอบสนองที่รวดเร็วของเทคโนโลยี จนลืมว่าการรับรู้ของเด็กที่โตมากับเทคโนโลยีจะได้อิทธิพลของความต้องการตอบสนองแบบทันทีทันใด มากกว่าจะเก็บข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนค่อยเป็นค่อยไป

การคลุกคลีกับเทคโนโลยีในวัยเด็กมีผลต่อภาวะทางความคิดของวัยที่เริ่มเติบโต หากสังเกตวัยรุ่นมัธยมปลาย หรือระดับที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย จะพบว่ากลุ่มดังกล่าวพกโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนเกือบทุกคน แทบจะไม่มีโอกาสได้ปิดเครื่องโทรศัพท์ได้นานเกินฟังก์ชั่นการ Restart เครื่อง หากจะหยุดได้นานที่สุดคือ 1-2 ชั่วโมง เวลาที่ทานข้าว และอยู่ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

แปลว่า หากเยาวชนในยุคดิจิตอลต้องการคำตอบ หรือข้อมูลในตอนไหน พวกเขาต้องได้ในตอนนั้น พวกเขาไม่ต้องการเสียเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการรอข้อมูลในหน้ากระดาษ ที่ต้องอาศัยทักษะในการค้นหาและเปิดอ่าน คอนเทนต์ที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล มีฟังก์ชั่นการค้นหาที่รวดเร็ว ตอบโจทย์ภาวะความต้องการของพวกเขาได้มากกว่า รูปภาพ และวิดีโอ สามารถสื่อความเข้าใจได้รวดเร็วมากกว่าตัวอักษร และตัวหนังสือ

โลกดิจิตอลสร้างความคุ้นเคย และทำให้ภาวะที่ต้องอาศัยการรอคอย เช่น การเข้าคิว และการอ่านหนังสือแล้วคิดตามไม่ทันใจ พวกเขาเสพติดการเชื่อมต่ออย่าง การดูวิดีโอ และบทความ ผ่านการแบ่งปันของเพื่อนที่อยู่บนเครือข่ายมากกว่าจะออกไปค้นหาข้อมูล แล้วมาแบ่งปันซะเอง

ที่สำคัญ หลายอย่างที่พวกเขาไม่เข้าใจ สามารถหาคำตอบนั้นใน Google โดยไม่ได้คิดวิเคราะห์ถึงที่มาที่ไปอย่างถ่องแท้ อีกทั้งข้อมูลใน Google มีทั้งที่เหมาะสมกับเด็กและไม่เหมาะสมอยู่มากมาย หากจะใช้ฟังก์ชั่นพื้นฐานของระบบในการล็อก หรือปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลไม่เหมาะสมเหล่านั้นคงไม่เพียงพอ อย่าลืมว่าพวกเขาทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีได้ไวและอาจจะเข้าใจได้มากกว่าคุณ

Comments Off

ปัญหาเยาวชนเป็นโรคติดอินเทอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่สำคัญในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านกิจการงานต่างๆ ด้านการศึกษาหาความรู้ รวมถึงด้านการหาความสุขสนุกสนานก็สามารถทำได้ผ่านอินเทอร์เน็ต จากการที่อินเทอร์เน็ตช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนทั่วโลกทำให้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยถึงปี พ.ศ. 2553 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมากกว่า 1,700 ล้านคน และจีนเป็นประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดโดยเมื่อปี พ.ศ. 2552 จีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 384 ล้านคน อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ตก็อาจจะเปรียบได้กับเหรียญที่มีสองด้าน คือ ด้านหนึ่งหากใช้อินเทอร์เน็ตไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะได้รับประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ตได้มากมายมหาศาล อีกด้านหนึ่งในทางตรงกันข้ามหากใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมก็อาจจะเกิดโทษโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชนและคนวัยรุ่นที่อาจจะยังมีวุฒิภาวะไม่มากพอที่จะคัดกรองและควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของตนจนทำให้เป็นโรค “ติดอินเทอร์เน็ต (Internet Addiction)”

อาจกล่าวได้ว่า โรคติดอินเทอร์เน็ตเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบการจัดระเบียบความคิดและการควบคุมความต้องการตนเองผิดพลาด จนทำให้ไม่สามารถควบคุมตนเองให้ใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างเหมาะสมจนอินเทอร์เน็ตเข้าไปแทรกแซงกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวันมากเกินไป ซึ่งจะพบมากในกลุ่มเยาวชนและคนวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในวัยคึกคะนองและอยากรู้อยากเห็นที่เมืองจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดกำลังประสบปัญหาเด็กติดอินเทอร์เน็ตอย่างหนักโดยเมื่อปี พ.ศ. 2552 มีเยาวชนและคนวัยรุ่นติดอินเทอร์เน็ตถึง 24 ล้านคน ทั้งนี้ ผู้ที่มีอายุ 18-23 ปี เป็นกลุ่มที่ติดอินเทอร์เน็ตมากที่สุดร้อยละ 15.6 ส่วนผู้ที่มีอายุ 6-12 ปี เป็นกลุ่มที่ติดอินเทอร์เน็ตร้อยละ 8.8 สำหรับกิจกรรมที่ทำให้เยาวชนและคนวัยรุ่นชาวจีนเป็นโรคติดอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่าอันดับที่หนึ่งคือ การเล่นเกมออนไลน์คิดเป็นร้อยละ 48 อันดับที่สอง คือ ชมการ์ตูน ภาพยนตร์ และดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ คิดเป็นร้อยละ 23 และอันดับที่สาม คือ การสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตและการหาคู่ออนไลน์ คิดเป็นร้อยละ 13

โรคติดอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบหลายด้าน อาทิ ด้านการศึกษา ด้านการทำงาน รวมถึงด้านมนุษยสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และด้านการเข้าสังคม เป็นต้น โดยมีผลวิจัยในประเทศอังกฤษเกี่ยวกับผลกระทบของอินเทอร์เน็ตต่อเด็กนักเรียน พบว่า นักเรียนในอังกฤษไม่มีสมาธิอยู่กับการอ่านหนังสือหรือตำราเรียนเป็นระยะเวลานานๆ ได้ ทั้งนี้ มีสาเหตุมาจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่ส่งผลให้เด็กชอบทำอะไรต่างๆ อย่างรวดเร็ว และไม่ชอบทำอะไรอย่างอ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน ฉะนั้น เมื่อต้องทำสิ่งใดก็ตามที่ต้องใช้สมาธิ เด็กๆ ก็จะไม่สามารถทำได้ดี นอกจากนี้ ธรรมชาติของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมักจะเป็นการคลิกเปิดดูหน้าเว็บอย่างรวดเร็วแทนการจดจ่อกับข้อมูลไปทีละหน้าเหมือนกับการอ่านหนังสือ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลต่อพฤติกรรมในการอ่านของเด็กนักเรียนที่ทำให้ไม่สามารถจะอดทนต่อการอ่านหรือเขียนหนังสือเป็นเวลานานๆ ได้

Comments Off

เยาวชน กับการใช้เทคโนโลยี

ในปัจจุบันมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ของเด็ก ซึ่งคงมีอยู่ในใจของผู้อ่านจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ยุคการศึกษาแบบไร้พรมแดนที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก จนเกิดความลังเลใจว่า เราจะให้ลูกได้เริ่มเรียนคอมพิวเตอร์เมื่อใดดี จากหลักปรัชญาแห่งการศึกษาที่สำคัญคือ การจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับผู้เรียนทั้งสภาพความพร้อมและสิ่งแวดล้อมจะต้องเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ การจัดการศึกษาทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนจึงต้องเปลี่ยน แปลง ไปตามสภาพกาลเวลา

เทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังมีบทบาทที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และเปรียบเสมือนดาบสองคม ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่มีแรงกระตุ้นต่อเด็กและเยาวชนมาก ไม่ว่าจะเป็นสื่อต่างๆ ที่ออกมากับคอมพิวเตอร์ในรูปของอินเตอร์เน็ตที่สามารถสื่อสารได้ทุกเรื่องและทั่วทุกมุมโลก ฉะนั้นโอกาสที่เด็กจะค้นพบสิ่งที่ยั่วยุในทางที่ไม่ดีก็มีความเป็นไปได้สูงมาก

ประเด็นอยู่ที่ว่า การแนะนำความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กและเยาวชนของชาติต้องคำนึงถึง สภาพความเหมาะสมต่อการเรียนรู้ การสอนคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กสามารถกระทำได้ทุกระดับอายุขึ้นอยู่กับการนำเนื้อหาใดไปสอน ซึ่งต้องเหมาะสมกับสภาพการรับรู้ของเด็กเอง เด็กเป็นผู้ใฝ่หาและอยากเรียนรู้จะทำให้มีสภาพการเรียนรู้ที่ค่อนข้างรวดเร็ว หากจัดการศึกษาที่เหมาะสมเด็กจะเรียนรู้และเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างได้รวดเร็วและตรงกันข้ามหากนำสิ่งที่ยุ่งยากและซับซ้อนมาสอนเด็กในวัยต้นนี้ เด็กจะปฏิเสธและมีความฝังใจว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งยุ่งยากและจะไม่ยอมรับอีกต่อไป คอมพิวเตอร์จะช่วยสร้างสรรค์เด็กในเรื่องความคิดริเริ่มเด็กสามารถจินตนาการต่าง ๆ และแสดงออกบนจอภาพได้ สามารถใช้ลำดับความคิดอย่างเป็นระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์แสดงในสิ่งที่ตนเองต้องการ และยังสร้างความคิดอย่างมีเหตุมีผลมีความรอบคอบในสิ่งที่ตนเองทำ การเรียนคอมพิวเตอร์จึงทำให้เกิดการสร้างสรรค์ใฝ่หาและกระตือรือร้นในการค้นหาสิ่งแปลกใหม่ การให้เด็กได้เรียนคอมพิวเตอร์ในวัยเด็กจึงเสมือน ดาบสองคม ที่อาจส่งผลในเชิงบวกหรือลบก็ได้ ผลที่เกิดขึ้นจึงอยู่ที่การจัดการศึกษาเป็นสำคัญ สิ่งใดที่ให้คุณแต่หากใช้ไม่ถูกต้องก็ย่อมให้โทษได้เช่นกัน ผู้สอนคอมพิวเตอร์ต้องเข้าใจในตัวเด็กเป็นอย่างดี เด็กอาจจะสนุกสนานกับการเล่นเกม สนุกสนานกับการวาดภาพ หรือตื่นเต้นกับค้นหาข้อมูลแปลกใหม่จากอินเตอร์เน็ตจะช่วยสร้างสรรค์เด็กในเรื่องความคิดริเริ่ม เด็กสามารถจินตนาการต่าง ๆ และแสดงออกบนจอภาพได้ สามารถใช้ลำดับความคิดอย่างเป็นระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์แสดงในสิ่งที่ตนเองต้องการ และยังสร้างความคิดอย่างมีเหตุมีผลมีความรอบคอบในสิ่งที่ตนเองทำ การเรียนคอมพิวเตอร์จึงทำให้เกิดการสร้างสรรค์ใฝ่หาและกระตือรือร้นในการค้นหาสิ่งแปลกใหม่ให้กับชีวิต

เด็กและเยาวชนเป็นวัยที่แสวงหาจึงเป็นวัยที่อันตรายต่อสิ่งยั่วยุ หากจัดการทิศทางของการเรียนรู้ไม่ถูกต้องจะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเครื่องทำลายเด็กและเยาวชนโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัว ฉะนั้นจึงต้องให้ความสำคัญ ดูแลเอาใส่กับเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น โดยจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ อย่าให้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องทำลายเด็กและเยาวชนโดยที่ผู้ปกครองอาจไม่รู้ตัว

Comments Off

การค้นคว้าหาความรู้ผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต

ข้อมูลจำนวนมากเผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา การรับข้อมูลข่าวสารกลายเป็นการดำเนินชีวิตประจำวัน วิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มีความจำเป็นต้องอาศัยความรู้ที่ทันสมัยในการทำงาน ข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมีอยู่ทั่วไปในอินเทอร์เน็ต ดังนั้นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยใช้บริการจากเว็บไซต์ที่ให้บริการเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากแหล่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาโดยตลอด ทำให้มีข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาล

การใช้งานงานอินเทอร์เน็ตที่นิยมใช้กันอย่างมาก

จะได้แก่การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆเพื่อหาความรู้ แต่การเข้าเยี่ยมชมนั้นในกรณีที่เรารู้ว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีชื่อว่าอะไร เนื้อหาของเว็บมุ่งเน้นเกี่ยวกับสิ่งใด เราสาสามารถที่จะเข้าเยี่ยมชมได้ทันที่ แต่ในกรณีที่เราไม่ทราบชื่อเว็บเหล่านั้น แต่เรามีความต้องการที่จะค้นหาเนื้อหาบางอย่างมีวิธีการจะเข้าสืบค้นข้อมูลได้ โดยการใช้ความสามารถของ Search Engine มีหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆเอาไว้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คำหรือข้อความของหัวข้อนั้นๆลงไปในช่องที่กำหนด คลิกปุ่มค้นหาเท่านั้นข้อมูลอย่างย่อๆและรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจะปรากฏให้เราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทันที

เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทสำคัญในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผู้ที่มีข้อมูลและสามารถหาข้อมูลได้ก่อนผู้อื่นจะได้เปรียบในทุกด้าน การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เชื่อมโยงกันทั่วโลกหรือที่เราเรียกว่า อินเตอร์เน็ต ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญและ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตประจำวันของเราหลายด้านเพื่อจะได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปในอนาคตได้ อินเทอร์เน็ตได้เป็นเสมือนสื่อทางเลือกเพราะเป็นสื่อสารมวลชนที่สามารถเปิดเผยความจริง โดยไม่มีการเซ็นเซอร์เหมือนกับสื่อมวลชนประเภทอื่นๆ สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวแทนของการสื่อสารหลายระดับรวมกันอยู่ในสื่อเดียวกัน จัดเป็นการสื่อสารมวลชนที่สมบูรณ์แบบในองค์ประกอบของการสื่อสารทุก ๆ องค์ประกอบ

ปัจจุบันสื่ออินเทอร์เน็ตยังพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

ตั้งแต่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตถือกำเนิดขึ้นมาได้นำพาหลายสิ่งหลายอย่างไปสู่จุดเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นในเชิงเทคโนโลยีการสื่อสาร ระบบเศรษฐกิจ สังคม ตลอดถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ด้วยความมหัศจรรย์ของตัวเทคโนโลยีที่ทลายกำแพงการสื่อสารระหว่างซีกโลกลง พร้อมกับเปิดประตูแห่ง เสรีภาพทางความคิดและการกระทำ ทำให้ทั่วโลกต่างยอมรับและเริ่มให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้นเป็นลำดับ รวมถึงผลักดันให้ประชากรของตนเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีนี้

Comments Off

การให้บริการด้านต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน

การให้บริการตามสภาพและตามสถานะที่เป็นอยู่โดยไม่มีการรับประกันใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ข้อจำกัดความรับผิดนี้ใช้กับความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการให้บริการ ข้อผิดพลาด การละเว้น การขัดข้อง ข้อบกพร่อง การล่าช้าในการให้บริการ ส่งข้อมูล และคอมพิวเตอร์ไวรัส รวมทั้งการเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจเพื่อเข้าใช้หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล ผู้ใช้บริการรับทราบว่าทางเว็บไซต์ ไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีหมิ่นประมาทหรือการกระทำอันเป็นการ ผิดกฎหมายของผู้ใช้บริการรายอื่น หรือของบุคคลอื่นและความเสี่ยงในการรับผิดในความเสียหายที่อาจเกิดใดๆทั้งหมดตกอยู่กับผู้ใช้บริการเท่านั้น

ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านอาชญากรรม เศรษฐกิจ ความเสื่อมโทรมทางด้านวัฒนธรรม และสิ่งสำคัญพบว่าการแก้ไขปัญหาต่างๆนั้น มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นตัวตั้ง เมื่อเกิดปัญหาแล้วจึงค่อยแก้ไข ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ตรงกันข้ามการเสริมสร้างให้เกิดการป้องกันน่าจะเป็นวิธีการที่มีประโยชน์ และสามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆได้มากกว่า แม้ว่าทุกวันนี้มีหน่วยงานต่างๆให้ความสนใจในการสร้างกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนมีทางเลือกเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งปัญหาความเสี่ยงต่างๆที่กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้

เด็กและเยาวชนทุกคนจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่และดูแลอย่างเหมาะสมและรอบด้าน ในแต่ละช่วงวัยจากพ่อแม่ ผู้ดูแล ชุมชน และสังคมด้วยความรู้ที่หลากหลายแบบสหวิชาชีพ รวมทั้งต้องใช้ทักษะ และเจตคติที่เห็นคุณค่าของเด็กและเยาวชน โดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่คำนึงถึงความเท่าเทียม เป็นธรรม และการมีส่วนร่วม จึงได้กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อให้หน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมในทุกระดับ ใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการการดำเนินงานตามภารกิจขององค์กรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และพันธกิจ สู่วิสัยทัศน์ของแผนที่กำหนดไว้

การสร้างเครื่องมือสำรวจต้นทุนชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย

ความจำเป็นอย่างมากเพราะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เยาวชน ครอบครัวและสังคมเกิดภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพื่ออนาคตของประเทศชาติต่อไป การให้บริการตามสภาพและตามสถานะที่เป็นอยู่โดยไม่มีการรับประกันใดๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ข้อจำกัดความรับผิดนี้ใช้กับ ความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการ ข้อผิดพลาด การละเว้น การขัดข้อง ข้อบกพร่อง การล่าช้าในการให้บริการ ส่งข้อมูล และคอมพิวเตอร์ไวรัส รวมทั้ง การเข้าถึงโดยไม่มีอำนาจเพื่อเข้าใช้ หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล ผู้ใช้บริการรับทราบว่าทางเว็บไซต์ ไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีหมิ่นประมาทหรือการกระทำอันเป็นการ ผิดกฎหมายของผู้ใช้บริการรายอื่น หรือของบุคคลอื่นและความเสี่ยงในการรับผิดในความเสียหายที่อาจเกิดใดๆ ทั้งหมดตกอยู่กับผู้ใช้บริการเท่านั้น

Comments Off