แฮกเกอร์?

%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c

 

อินเทอร์เน็ตมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด คำถามนี้ดูเหมือนจะตอบโดยรวมได้ยาก เนื่องจากขอบเขตของอินเทอร์เน็ตครอบคลุมเครือข่ายจำนวนมากมาย และในบางเครือข่ายก็อาจมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข็มงวดแม้มืออาชีพก็ยากที่จะบุกรุก บางเครือข่ายอาจไม่มีระบบป้องกันใด ๆ แฮกเกอร์มือสมัครเล่นอาจเข้าไปสร้างความยุ่งยากได้

ความหมายของคำว่าแฮกเกอร์ นั้นหมายถึง บุคคลที่มีความสนใจในกลไกการทำงานของระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์อย่างลึกซึ้ง แฮกเกอร์ส่วนใหญ่ต้องมีความรู้เทียบเท่าหรือเหนือกว่าโปรแกรมเมอร์ เพราะพวกเขามีความใส่ใจที่จะนำความรู้พื้นฐานที่ผู้อื่นมองว่าธรรมดามาประยุกต์ใช้ และแฮกเกอร์จะมีความเข้าใจในจุดอ่อนของระบบและที่มาของจุดอ่อนนั้นๆ

และแฮกเกอร์ เป็นมีความรู้ในระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี สามารถเข้าไปถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โดยเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ได้

ส่วนผู้ที่เป็นตำนานแฮกเกอร์ก็มีเช่นกัน Jonathan James ตอนนั้นเขาอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ได้ทำการเจาะระบบมากมาย ตั้งแต่บริษัทโทรศัพท์ BellSouthไปจนถึงหน่วยงาน DTRA ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 1999 เขาได้ Hack เข้าไปฝังตัว Backdoor ใน Nasa ซึ่งทำให้อ่านข้อมูลลับได้มากมายรวมไปถึงขโมยโปรแกรมที่ทาง Nasa พัฒนาขึ้นด้วยเงินมหาศาลถึง 1.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐไปหน้าตาเฉยซึ่งในภายหลังทาง Nasa ต้องปิดระบบถึงสามสัปดาห์เพื่อแก้ไขทำให้สูญเสียเงินไปอีก 41,000 $

และอีกคนคือ Kevin Mitnick และเขาคือคนแรกที่ทำให้คำว่า แฮกเกอร์ โด่งดังไปทั่วโลก กับการเจาะระบบ Punch Card ของ Los Angeles BusSystem และเข้าไปป่วนระบบโทรศัพท์ทำให้โทรทางไกลได้ฟรีๆ หลักจากนั้นก็ขโมยข้อมูลของบริษัทคอมพิวเตอร์ชื่อดังอย่าง DEC (Digital EquipmentCorporation) ตามด้วยหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ จึงเป็นคนที่ทำให้คนรู้จักเขาได้มากเพราะเขาปฏิบัติการมาตั้งแต่เมื่อ ช่วงปี 70 ซึ้งสมัยนั้นยังไม่มีใครรู้จักแฮกเกอร์สักเท่าไหร่

 

Comments Off on แฮกเกอร์?

การพัฒนาเทคโนโลยีโทรคมนาคมสมัยใหม่

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3

ปัจจุบันในประเทศไทยมีการวางเครือข่ายเส้นใยนำแสงไปตามถนนหนทางต่างๆ ทั้งใต้ดิน และที่แขวนไปตามเสาไฟฟ้า มีการวางเชื่อมโยงกันระหว่าง

จังหวัด เพื่อให้ระบบสื่อสารเป็นเสมือนเส้นทางด่วนที่รองรับการสื่อสารของประเทศ

โครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัล (Integrated Service Digital Network : ISDN) ลักษณะเครือข่ายนี้เป็นการขยายการบริการจากระบบโทรศัพท์เดิมให้เป็นระบบดิจิทัลคือส่งสัญญาณข้อมูลตัวเลขแทนเสียง แทนภาพ แทนข้อมูล

การสื่อสารโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลจึงเน้นการประยุกต์ใช้งานหลายอย่างบนเครือข่ายเดียวกัน โดยวางฐานขยายจากโทรศัพท์ เช่น

ในสายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เชื่อมต่อไปยังบ้านเรือนผู้ใช้ สามารถประยุกต์ให้เป็นระบบโทรศัพท์ที่เห็นภาพ ใช้ส่งโทรสาร ใช้เป็นระบบการประชุม

ทางวีดิทัศน์ ใช้ในการส่งข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ การดำเนินการเหล่านี้สามารถทำได้พร้อมกันบนสายสื่อสาร

เดียวกันโครงข่ายบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิทัลควรได้รับการพัฒนา โดยวางโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงต่างๆ ไว้ให้พร้อม เพื่อรองรับความเร็ว

ของการรับส่งข้อมูลได้สูงขึ้น

ระบบเครือข่ายสวิตชิง (switching technology) ด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงที่มีความเร็วสูงทำให้การสื่อสารผ่านเส้นใยนำแสงในการ

ส่งผ่านข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทางได้ด้วยความเร็วหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที เอทีเอ็มสวิตชิงจึงเป็นเทคโนโลยีของการสร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสาร

ที่จะรองรับการใช้งานแบบสื่อประสม ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เริ่มใช้เครือข่ายด้วยเทคโนโลยีเอทีเอ็มสวิตชิงภายในองค์กรของตนเอง และมีแนวโน้ม

การขยายตัวเพื่อรองรับระบบนี้สำหรับเครือข่ายระยะไกลในอนาคตต่อไป

ระบบสื่อสารเคลื่อนที่ (mobile phone system) หรือที่เรียกว่าระบบเซลลูลาร์โฟน (cellular phone system) ที่ใช้กับโทรศัพท์ ทำให้มีโทรศัพท์ติดรถยนต์

โทรศัพท์เคลื่อนที่ ปัจจุบันการสื่อสารระบบนี้เป็นที่แพร่หลายและนิยมใช้กันมาก ลักษณะการทำงานของระบบสื่อสารแบบนี้คือ มีการกำหนดพื้นที่เป็นเซล

เหมือนรวงผึ้ง แต่ละเซลจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณหนึ่ง มีระบบสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างเซลเข้าด้วยกัน ครอบคลุมพื้นที่บริการไว้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บริเวณ

พื้นที่บริการใด และมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ สัญญาณจากโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเชื่อมโยงกับสถานีรับส่งประจำเซลขึ้น ทำให้ติดต่อไปยังข่ายสื่อสารที่ใดก็ได้

ครั้นเมื่อเราเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ก็จะโอนการรับส่งไปยังเซลที่อยู่ข้างเคียงโดยที่สัญญาณสื่อสารไม่ขาดหาย

 

Comments Off on การพัฒนาเทคโนโลยีโทรคมนาคมสมัยใหม่

พฤติกรรมที่พบบ่อยในวัยรุ่นปัจจุบัน

รู้สึกเป็นที่ยอมรับจากเพื่อนมากกว่าพ่อแม่

21616_thaihealth_k7h1afuzdsy9

การที่ได้รู้จักเพื่อนลูก จะช่วยทำให้พ่อแม่ได้เข้าใจมุมมองและประเด็นปัญหาของลูกเราได้ ถึงแม้ว่าลักษณะบางอย่างของเพื่อนลูกจะขัดใจ ขัดตาพ่อแม่บ้าง ขอให้อดทนและยอมรับว่าเขาเป็นเพื่อนของลูกเรา คงต้องมีอะไรที่ดีๆบ้าง การสร้างความใกล้ชิดกับกลุ่มเพื่อนลูก ให้โอกาสทำดี ฝึกฝนทำงาน เท่ากับคุณกลายเป็นผู้พัฒนาวัยรุ่นทั้งกลุ่มให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้โดยง่าย ถ้าเข้ากับพวกเขาได้ อย่าลืมว่าวัยรุ่นยังต้องการผู้ใหญ่อยู่เหมือนกัน ถ้าทนไม่ไหวจริงๆก็ต้อง

  1. คุยกับลูกว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนอย่างไร มีข้อดีข้อเสียตรงไหน เพื่อฝึกให้ลูกหัดแยกแยะ และชักจูงให้พิจารณาให้เห็นข้อเสียของพฤติกรรมของเพื่อน ว่าถ้าคบต่อควรระวังตัวอย่างไร
  2. อย่าด่วนไปแจกแจงความไม่ดีของเพื่อนลูกก่อนเพราะจะทำให้เขารู้สึกว่าคุณไม่ชอบเพื่อนเขา ไม่ควรบอกลูกตรงๆว่าเพื่อนลูกคนนี้ไม่ดี แม่ไม่ชอบ ไม่ให้คบกัน เพราะจะทำให้เกิดการต่อต้าน หรือทำในทิศทางตรงข้าม คือ แอบไปหากัน ยกเว้นว่าคุณให้เวลากับเพื่อนลูกมากพอและลูกคุณก็เห็นปัญหาที่เพื่อนจะทำให้เขาเสียหายเหมือนกัน
  3. ช่วยกันหาทางป้องกันปัญหาและแก้ไขปัญหากับลูก เท่ากับช่วยฝึกให้ลูกเรียนรู้จักคนเพิ่มขึ้น
  4. เป็นที่ปรึกษา เพราะเวลาที่ลูกคบกับเพื่อนคนนี้ก็อาจเกิดปัญหาขึ้นเป็นระยะ รับฟังความรู้สึก ฟังความคิดเห็น ให้วัยรุ่นมีโอกาสคิดแก้ไขหาทางออก มากกว่าจะคิดแทน เพราะวัยรุ่นยังขาดประสบการณ์และความมั่นใจในการแก้ปัญหา การปรับตัวในทางเข้าสังคม
  5. วางขอบเขตในการคบเพื่อนที่พอเหมาะ ถึงแม้ว่าวัยรุ่นต้องการความอิสระก็ตามแต่ต้องอยู่ในความเหมาะสมควบคู่กัน เช่น ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่รบกวนการเรียนซึ่งเป็นหน้าที่หลัก ไม่อันตรายต่อจนเองและผู้อื่น อยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ทางสังคมและกฎหมาย ไม่รบกวนหรือทำให้ผู้อื่นเดือนร้อน เป็นต้น และถ้าเกินเลย จำเป็นต้องพูดคุยและรักษาขอบเขตให้ชัดเจนเสมอ จะง่ายถ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
Comments Off on พฤติกรรมที่พบบ่อยในวัยรุ่นปัจจุบัน

หลักการดำเนินคดีแก่เด็กและเยาวชน

sayai2557-7เนื่องจากสถิติของเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นให้เกิดการกระทำผิดอื่นๆตามมาด้วย ประกอบกับกฎหมายให้ความคุ้มครองเด็กและเยาวชนมากการที่เด็กและเยาวชนถูกจับในคดีต่างๆ มักไม่ถูกดำเนินคดี แต่จะถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เมื่อครบกำหนดเวลาหรือศาลเห็นควรปล่อยตัวกลับสู่สังคม แล้วกลับออกมาอยู่ในสภาวะแวดล้อมเดิมๆส่งผลให้มีแนวโน้มกระทำผิดซ้ำ เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวซึ่งมีขั้นตอนต่างๆในการดำเนินคดีแบบพิเศษ โดยจะต้องเข้าโปรแกรมการบำบัด ฟื้นฟู ฝึกอบรม ก่อนที่จะปล่อยตัวกลับสู่สังคมภายนอก

การที่เด็กกระทำความผิดอาจเกิดจากบิดามารดาปล่อยปะละเลยหรือบุคคลอื่นชักจูงหรือส่งเสริม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (3) กำหนด ห้ามมิให้ผู้ใดบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำความผิด ผู้ฝ่าฝ่าฝืนต้องรับผิดทางอาญาจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นบิดามารดาหรือบุคคลอื่นใดอาจต้องรับโทษทางอาญาหากฝ่าฝืนกฎหมายโดยยินยอมให้เด็กกระทำความผิด เด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรที่จะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต หากเด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ได้รับการส่งเสริมให้มีความประพฤติดี มีคุณธรรมและปลูกฝังให้มีจิตสำนึกที่ดี ย่อมเป็นผลดีแก่สังคมและประเทศชาติ

เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าเด็กและเยาวชนมีวุฒิภาวะที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ทั้งด้านการเรียนรู้ ด้านอารมณ์และพฤติกรรม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีประสบการณ์ในการดำรงชีวิตน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กและเยาวชนกระทำความผิด ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนไว้เป็นพิเศษแตกต่างจากคดีธรรมดาทั่วไปเพื่อสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ดังกล่าว กำหนดให้ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีซึ่งเด็กและเยาวชนต้องหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือความผิดตามพระราชบัญญัติอื่นๆ

Comments Off on หลักการดำเนินคดีแก่เด็กและเยาวชน

สื่อใหม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทยหรือเยาวชนอย่างรวดเร็ว

“การใช้อินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับเด็กควรเริ่มต้นที่พ่อแม่ ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองควรรู้ว่าจะวางกฏเกณฑ์อย่างไรในการให้ลูกใช้ Social Media ตอนที่ท่านซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกนั้น ท่านได้ให้วิธีการใช้ด้วยหรือเปล่า คุณไม่มีทางรู้เท่าทันสื่อได้ ถ้าคุณไม่เอาตัวเองออกจากกะลาหรือความเชื่อ เด็กที่ขาดความรู้เรื่องภูมิคุ้มกันสื่อ ลองมองดูผู้ใหญ่ที่เสพสื่อเพียงด้านเดียว สื่อมวลชนที่ไม่ได้บอกคุณทุกเรื่อง นี่คือข้อควรคิดสำหรับผู้ปกครองทุกท่าน

อะไรเกิดแล้วหรืออะไรที่มีอยู่แล้วนั้นดีหมด เพราะเราจะเลือกเฉพาะด้านดีๆ เช่นเดียวกันกับ ICT เด็กติดเกมส์ ติด Facebook เราสามารถนำสิ่งที่เด็กชอบนี้ เปลี่ยนมาเป็นอะไรที่ได้มากกว่าถ่ายรูปตนเอง ขึ้นอยู่กับครูว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กได้อย่างไร” คุณธาม ฝากข้อคิดถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง

หลายปีที่ผ่านมาสื่อใหม่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทยอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ๆ ตลอดเวลา เช่นหากย้อนไปเมื่อสัก 10 ปีก่อน ใครจะคิดว่าโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วิทยุ และกล้องถ่ายรูป จะมารวมกันได้ในอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียว หรือใครจะคิดว่าอินเตอร์เน็ตจากช้าๆ จะกลายเป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงและราคาไม่แพงได้

ด้วยความที่เทคโนโลยีก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว บทบาทของผู้ผลิตสื่อ จึงมิได้อยู่ที่คนไม่กี่กลุ่ม แต่เป็นใครก็ได้ทั้งนั้นที่เข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าว มนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนจึงต้องเรียนรู้ให้ทันสื่อ เพราะเครื่องมือใหม่นี้ หากผู้ผลิตสื่อมีคุณธรรมจริยธรรม สื่อที่ออกมาก็จะเป็นสื่อที่ดี แต่หากไม่แล้ว สื่อใหม่นี้ก็อาจจะนำพาผู้รับสื่อเข้าสู่ด้านที่ไม่ถูกไม่ควรได้

เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ยุคสมัยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน สื่อใหม่ที่จะเข้ามานั้นย่อมมีทั้งบวกและลบ ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนทำได้คืออยู่ร่วมกับมัน และใช้สื่อใหม่นี้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวมให้มากที่สุด แต่การจะทำเช่นนั้นได้ ผู้ใช้สื่อเองก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกัน”

และภูมิคุ้มกันที่ว่า..ผู้ที่จะถ่ายทอดให้ได้ คงหนีไม่พ้นทั้ง “ครอบครัว” และ “การศึกษา”

Comments Off on สื่อใหม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทยหรือเยาวชนอย่างรวดเร็ว

แนวทางการป้องกันภัยจากอินเตอร์เน็ตสำหรับเด็กและเยาวชน

ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต คือเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ที่มีบทบาทอย่างกว้างขวางในด้านต่าง ๆ โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชน และแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะมีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ มากมาย แต่ก็มีอันตรายไม่น้อยสำหรับเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลายเป็นแหล่งการเกิดปัญหาการล่อลวงเด็กและก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวเด็ก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาของการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อล่อลวงเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการล่อลวงไปข่มขืน ทำอนาจาร หรือการลักพาตัว โดยเฉพาะการพูดคุยในห้องแชตรูมผ่านอินเทอร์เน็ต ที่นำไปสู่การนัดพบกันซึ่งไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน นอกจากนี้เนื้อหาที่นำเสนอในหน้าเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลกมีจำนวนไม่น้อยที่นำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมกับเด็กที่เกี่ยวกับความรุนแรง หรือการเสนอขายสินค้าที่ไม่เหมาะสม

ทั้งนี้แนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหานั้นควรจะให้ความร่วมมือกันของทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ควรสอดส่องดูแลการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างใกล้ชิด และให้คำแนะนำในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องด้วย และเพื่อให้ผุ้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยีมากขึ้น โดยผู้ปกครองต้องหันมากระตุ้นเตือนตนเองให้หันมาศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีให้มากขึ้น โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาวะความเสี่ยงจากภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนหรือลูกหลาน และสิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องช่วยในการดูแลและสอดส่อง คือ

-ไม่ควรปล่อยให้เยาวชนหรือบุตรหลานเล่นอินเทอร์เน็ตตามลำพัง

-กระตุ้นให้เด็กเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่พบเห็นในอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ปกครองได้รับทราบ และให้ร้องขอความช่วยเหลือหรือขอคำปรึกษาเมื่อพบกับปัญหา

-ทำความเข้าใจกับเด็กเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันเด็กจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม

-ควรวางคอมพิวเตอร์ที่เด็กใช้ไว้ในที่เปิดเผย เช่น ห้องนั่งเล่น มากกว่าที่จะวางไว้ในห้องนอน หรือห้องส่วนตัว กลุ่มเยาวชน

-ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อโรงเรียน ที่ทำงาน หรือเบอร์ที่ทำงาน ของผู้ปกครองให้แก่บุคคลอื่น ที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต

-แจ้งให้ผู้ปกครองทราบโดยทันทีที่พบข้อมูลและรูปภาพใด ๆ บนอินเทอร์เน็ตที่หยาบคายไม่เหมาะสม

-ไม่ไปพบบุคลใดก็ตามที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อน

-ไม่ส่งรูปหรือสิ่งของใด ๆ ให้แก่ผู้อื่นที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้ขออนุญาติจากผู้ปกครองก่อน

Comments Off on แนวทางการป้องกันภัยจากอินเตอร์เน็ตสำหรับเด็กและเยาวชน

การติดโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเล่นอินเทอร์เน็ตอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและวัยรุ่น

ณ โลกปัจจุบัน ที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ไม่มีที่สิ้นสุด ได้ก่อเกิดนวัตกรรมที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่มนุษย์ในหลายๆด้าน ไปมาหาสู้กันด้วยยานพาหนะ จัดส่งเอกสารผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ติดต่อค้าขายด้วยเครื่องคมนาคมและเส้นทางคมนาคมที่ทันสมัย ติดต่อสื่อสารกันด้วยเครื่องมือสื่อสาร เรียกว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการอยู่รอดของมนุษย์ มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตในทุกๆด้าน

ในยุคปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน (smartphone) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น รวมไปถึงการเปิดตัวสมาร์ทโฟนหลากหลายยี่ห้อ ทำให้จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากรายงานในปี ค.ศ. 2012 พบว่าวัยรุ่นอเมริกัน ร้อยละ 37 ครอบครองโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ.2011 กว่าร้อยละ 23 และมีถึงร้อยละ 95 ใช้บริการอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือของตน เช่นเดียวกันกับประเทศเกาหลี การใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ในเด็กและวัยรุ่น เพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 7.5 ในปี ค.ศ.2009 เป็นร้อยละ 67 ในปี ค.ศ.2012

โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ทำให้เกิดความสะดวกและเพลิดเพลินแก่ผู้ใช้ ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ที่มากเกินไปได้ ในการศึกษาที่ได้ทำในเด็กวัยรุ่น 195 คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน โดยให้วัยรุ่นกลุ่มนี้ทำแบบทดสอบพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 2010 Smart-phone Addiction Rating Scale (SARS) และ The Young Internet Addiction Scale (YIAS) และแบบทดสอบ Youth Self Report (K-YSR) เพื่อประเมินอาการทางจิตและปัญหาด้านพฤติกรรม จากผลการทดสอบพบว่าในวัยรุ่นแต่ละราย มีคะแนนจากแบบทดสอบทั้งสามไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นได้ทำการแบ่งกลุ่มวัยรุ่นออกเป็นสี่กลุ่มตามพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ดังนี้ 1) low Internet/low smartphone (low-low) users 2) high Internet/high smartphone (high-high) users 3) low Internet/high smartphone (low-high) users และ 4) high Internet/low smartphone (high-low) users

ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนต่ำ มีคะแนนจากแบบทดสอบทั้งสามต่ำกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในทางตรงกันข้ามกลุ่มที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนสูง มีคะแนนจากแบบทดสอบสูงกว่ากลุ่มอื่น จากแบบทดสอบยังพบว่าในกลุ่มนี้มีอาการผิดปกติ เช่น อาการลงแดงหากไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ต/โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน มีปัญหาทางการคิด มีอาการซึมเศร้าหรือกระวนกระวาย สมาธิสั้น และมีอารมณ์ฉุนเฉียวมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งมีโอกาสส่งผลต่อการเข้าสังคมและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็กได้

Comments Off on การติดโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเล่นอินเทอร์เน็ตอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและวัยรุ่น

การป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนยกพวกตีกัน

teen.mthai19candy4
ความรุนแรงในเด็กวัยรุ่นในสังคมปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้น และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆดังเราจะเห็นเป็นข่าวที่ปรากฏอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวันทั่วไป มีการใช้อาวุธที่รุนแรงและอันตราย เช่น มีด ปืน วัตถุ ระเบิดความรุนแรงในเด็กวัยรุ่นนำไปสู่สาเหตุการตายในเด็กวัยรุ่นมีจำนวนมากขึ้น นอกจากสาเหตุจากอุบัติเหตุจากยานยนต์ที่เคยเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง เด็กวัยรุ่นเป็นช่วงระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ วุฒิภาวะทางด้านอารมณ์ การปรับตัวเข้าอยู่ในสังคมที่สำคัญโดยธรรมชาติของเด็กวัยรุ่น เป็นช่วงระยะเวลาแห่งการเรียนรู้หาประสบการณ์ อยากลองสิ่งแปลกใหม่และทำในสิ่งที่ท้าทาย

ปัญหาการทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่นยิ่งนับวันยิ่งทวีความรุ่นแรงมากขึ้นถือได้ว่าเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มของวัยรุ่นที่ดิ่มแอกกอฮอล์เป็นประจำ เมื่อดื่มฮอล์ก็จะทำให้ผุ้ดื่มขาดสติ จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ทำให้สะเทือนขวัญเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะวิวาทหรือการตีกันของเด็กวัยรุ่นหรือนักศึกษาต่างสถาบัน จนเป็นต้นเหตุของการได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต นับว่าเป็นการสูญเป็นอย่างมาก จากการกระทำที่ผิดๆของเด็กวัยรุ่นซึ่งสาเหตุมาจากการความคึกคะนอง ความรู้เท่าไม่ถึงการ หรืออาจจะรรวมถึงปัญหาจากทางบ้าน ทำให้วัยรุ่นขาดความยั้งคิดยั้งทำ

ที่ผ่านมาทางหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด เพื่อลดและป้องกันทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น ปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายทั้งกับตัวนักศึกษาเองและชื่อเสียงของสถาบันอีกด้วย ปัจจุบันนี้นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษามีการประกาศสงครามกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตในเว็บไซต์ต่างๆ โดยมีการเขียนคำท้าทายหรือประกาศว่าจะยึดสัญลักษณ์ เช่น หัวเข็มขัด ของสถาบันฝ่ายตรงข้ามให้ได้ รวมถึงใช้ถ้อยคำยั่วยุนักศึกษาสถาบันคู่อริ ซึ่งในช่วงที่ใกล้วันสถาปนาของแต่ละสถาบันการทำสงครามทางอินเตอร์เน็ตยิ่งรุนแรง และน่าเป็นห่วง

การออกมาตรการป้องกันเหตุนักเรียนนักศึกษาตีกัน

1.ให้ทางสถาบันการศึกษาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นอาวุธนักศึกษาทั้งเข้าและออก รวมทั้งหลังจากที่นักศึกษากลับบ้านแล้ว
2.ติดตามศิษย์เก่าที่มีพฤติกรรมไม่ดี มายุแหย่รุ่นน้องให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดี
3.ติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าสถาบันการศึกษาให้มองเห็นฝั่งตรงกันข้ามเพื่อป้องกันเหตุ
4.ให้จัดกิจกรรมระหว่างสถาบันการศึกษา เช่น การพัฒนาวัด ทำบุญร่วมกัน
5.ให้สถาบันการศึกษาทำประวัตินักศึกษาชั้นปีที่ 1 ให้กับตำรวจ หากมีเหตุจะสามารถติดตามได้
6.ให้ตำรวจจัดอบรมนักศึกษาว่า การก่อเหตุดังกล่าวมีอัตราโทษร้ายแรง

Comments Off on การป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนยกพวกตีกัน

ป้องกันและแก้ไขปัญหาของเยาวชนที่เริ่มจากครอบครัว

7

บิดามารดาส่วนใหญ่เมื่อลูกโตขึ้นและเข้าวัยรุ่น ก็ไม่ค่อยได้พามาพบแพทย์ เพราะเด็กส่วนใหญ่ไม่มีการเจ็บป่วยเป็นโรคที่มีลักษณะเฉพาะในช่วงวัยรุ่น โรคหลายโรค เช่น โรคทางกรรมพันธุ์ ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ฯลฯ ก็ได้ตรวจพบมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ แล้ว แต่จริงๆ มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในตัวของวัยรุ่นที่เป็นปัญหามีผลกระทบต่อภาวะทางด้านอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรมของเด็กเป็นอย่างมาก เพียงแต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน หรือตรวจพบได้เหมือนโรคทั่วๆ ไป บิดามารดาส่วนใหญ่จะพาเด็กวัยรุ่นมาพบแพทย์เมื่อมีการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจที่รุนแรงเท่านั้น ซึ่งการให้การดูแลรักษาทำได้ดีในระดับหนึ่งหรือได้ผลไม่เต็มที่ หรือบางรายจะสายเกินไปไม่สามารถแก้ไขได้ สิ่งที่น่าให้ความสนใจ คือ โรค ความเจ็บป่วย หรือปัญหาของเด็กวัยรุ่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่สามารถป้องกัน และแก้ไขได้ ถ้าได้รับการดูแลเอาใจใส่ป้องกันแก้ไข และให้การรักษาตั้งแต่แรกๆ ความรุนแรงของปัญหาก็จะลดน้อยลง การมาพบแพทย์เป็นระยะๆ ตั้งแต่ก่อนเข้าวัยรุ่น และระยะวัยรุ่น ซึ่งจะได้ให้คำแนะนำปรึกษาในการสร้างเสริมสุขภาพ และการดูแลรักษาปัญหาทางสุขภาพทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ไม่เพียงแต่ตัวเด็กวัยรุ่นเท่านั้นบิดามารดาเองก็จะได้รับประโยชน์ว่าสมควรมีบทบาทในการดูแลเด็กวัยรุ่นอย่างไร การมาพบแพทย์ไม่เพียงแต่แพทย์จะได้ตรวจร่างกาย ตรวจค้นหาความผิดปกติหรือการเจ็บป่วยเท่านั้น แพทย์จะได้ติดตามดูการเจริญเติบโต และพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็กพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการ และรูปแบบในการดำเนินชีวิตของเด็กวัยรุ่นอย่างเหมาะสม เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การออกกำลังกาย การกินอาหารอย่างเหมาะสม การป้องกันหลีกเลี่ยงสารเสพติด การป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ แพทย์จะช่วยประเมินเกี่ยวกับปัญหาทางด้านพฤติกรรม และอารมณ์ที่พบได้บ่อยในเด็กวัยรุ่น ปัญหาที่มีผลต่อการเรียน

การให้การดูแลสุขภาพของเด็กวัยรุ่นจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ และมีประโยชน์ ผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิด และมีบทบาทต่อเด็กวัยรุ่นควรได้ตระหนัก และเห็นความสำคัญของการนำบุตรหลานของท่านมาพบปะพูดคุยกับแพทย์ในช่วงอายุต่างๆ ดังตารางการให้การบริการ และสร้างเสริมสุขภาพแก่เด็กวัยรุ่น เด็กวัยรุ่นทุกคนอยากเป็นคนดี เป็นที่รักของทุกๆ คน แต่โอกาสของเด็กวัยรุ่นแต่ละคนไม่เท่ากัน หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทำไปนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่รู้จริงๆ เขาขาดประสบการณ์ เขาขาดคนชี้แนะ การที่สังคมไม่ดีหล่อหลอมเขา แต่เมื่อเขารู้มันมักจะสายไปเสียแล้ว เขาไม่มีโอกาสกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่นใหม่ได้ เขามีแต่ที่จะต้องรับผลจากที่เขาประพฤติตัวมาในตอนวัยรุ่นที่ผ่านมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จงให้โอกาสเขาเหล่านั้น บางสิ่งบางอย่างที่เรามองว่าเป็นปัญหา แต่สำหรับวัยรุ่นแล้ว มันไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา เพราะเขาไม่รู้ไม่เข้าใจชีวิตจริงๆคืออะไร เพราะเขาคือวัยรุ่น วัยที่จะต้องเรียนรู้บทเรียนชีวิตเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เราต่างหากที่จะต้องช่วยให้เขาได้มีโอกาส และได้เรียนรู้อย่างถูกต้องเหมาะสม

Comments Off on ป้องกันและแก้ไขปัญหาของเยาวชนที่เริ่มจากครอบครัว

การพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน

โลกยุคโลกาภิวัฒน์มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆในสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านอาชญากรรม เศรษฐกิจ ความเสื่อมโทรมทางด้านวัฒนธรรม แม้ว่าทุกวันนี้มีหน่วยงานต่างๆให้ความสนใจในการสร้างกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนมีทางเลือกเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งปัญหาความเสี่ยงต่างๆที่กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ อาจเป็นเพราะกิจกรรมที่มีปริมาณไม่มากพอกับจำนวนเยาวชน และชุมชนขาดการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้นการสร้างเครื่องมือสำรวจต้นทุนชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยทั่วไปจึงมีความจำเป็นอย่างมากเพราะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เยาวชน ครอบครัวและสังคมเกิดภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เพื่ออนาคตของประเทศชาติต่อไป

การส่งเสริมให้มีการพัฒนาและดึงศักยภาพในตัวเด็กและเยาวชน ให้มีการแสดงออกในทางที่เหมาะสมสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ร่วมกัน โดยเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม ซึ่งจะทำให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน เกิดการพัฒนาต่อยอดส่งผลให้เด็กและเยาวชนลดการใช้เทคโนโลยีในทางที่ไม่เหมาะสม รวมถึงเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชนและครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและวัฒนธรรม ที่จะทำให้เยาวชนเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศชาติในอนาคต

เด็กและเยาวชน เป็นวัยที่มีพลังความคิดสร้างสรรค์ และมีศักยภาพมากให้ความสำคัญกับการมีกิจกรรมส่วนร่วมมาก สร้างการส่งเสริมคุณภาพไว้เป็นเกราะป้องกันจากภาวะเสี่ยง สร้างการมีส่วนร่วมกิจกรรมต่อชุมชนที่ชัดเจน มองการแก้ปัญหาแบบบูรณาการโดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่น สร้างทางออกที่หลากหลายแก่เยาวชนในการแก้ปัญหาได้ การพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมจริยธรรมแก่เยาวชน ถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งและยังเป็นการสร้างพื้นที่สีขาวให้เยาวชนและและครอบครัวได้มาเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงแสดงความสามารถผ่านงานศิลปะและวัฒนธรรม เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถกล้าแสดงออกมาแสดงความสามารถทางศิลปะหรือวัฒนธรรม รวมถึงการจัดตลาดนัดเพื่อให้นักเรียนและนักศึกษานำสินค้าทำมือ หรือผลงานของตนเองมาสาธิตและจัดจำหน่าย เช่น วาดภาพระบายสีบนกระเป๋า ตุ๊กตาผ้า เครื่องปั้นดินเผา ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมสายกล้องและสายกีต้าร์ นาฬิกาแฮนด์เมค เชือกถัก ฯลฯ

Comments Off on การพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน

สภาพปัญหาของเยาวชนไทยในปัจจุบันนี้

33

สภาพปัญหาของเยาวชนไทยถ้ามองถึงปัญหาของเยาวชนไทยจะต้องยอมรับเสียก่อนว่าเยาวชนไทยส่วนใหญ่เป็นคนดี เป็นพลเมืองดีของชาติ แต่ผู้ใหญ่คาดหวังจะให้เขาเป็นคนดียิ่งขึ้นไปอีกและมีเยาวชนอีกจำนวนหนึ่งมีปัญหา ซึ่งคำว่าจำนวนหนึ่งนี้เมื่อเทียบกับเยาวชนทั้งประเทศ เยาวชนที่มีปัญหาก็นับจำนวนเป็นล้านทีเดียวจากลักษณะของเยาวชนไทยที่มีจำนวนมากเช่นนี้ หากจะทำความเข้าใจและให้ความสนใจเยาวชน ก็ควรเข้าใจว่าเยาวชนแยกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ซึ่งแบ่งแยกตามลักษณะสังคมอยู่แล้ว คือ กลุ่มเยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษา โรงเรียนเริ่มตั้งแ ต่นักเรียนชั้นมัธยมเรื่อยไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย เยาวชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนดี ใฝ่ศึกษาหาความรู้ มีความรู้ สนใจสิ่งที่อยู่รอบตัวและสนใจเรื่องราวทั้งที่อยู่ใกล้ตัว ไกลตัว รวมไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรรมและความสนใจหลากหลาย

กลุ่มเยาวชนที่อยู่ในชุมชน ในหมู่บ้านหนึ่งหรือชุมชนหนึ่ง จะมีเยาวชนอยู่จำนวนไม่น้อยทีเดียว เยาวชนเหล่านี้จะมีลักษณะที่หลากหลายปะปนกัน เยาวชนจำนวนหนึ่งออกไปทำงานนอกบ้านแล้วกลับมาตอนเย็น บางกลุ่มทำงานช่วยพ่อแม่อยู่บ้าน บางกลุ่มอยู่บ้านเฉย ๆ บางกลุ่มก็เข้ามาอยู่ในชุมชนอย่างแอบแฝง ดังนั้นเยาวชนกลุ่มนี้จึงมีลักษณะหลากหลาย มีตั้งแต่เยาวชนผู้นำรวมกลุ่มทำกิจกรรมให้แก่สังคมอย่างเข้มแข็ง เป็นกำลังสำคัญของหมู่บ้านรองจากผู้ใหญ่รวมไปถึง พวกอยู่เฉย ๆ กินเหล้าเมายา ลักเล็กขโมยน้อย รวมไปถึงติดยาเสพติด และเรื่องอื่น ๆ ด้วย

กลุ่มเยาวชนที่อยู่ในสถานประกอบการ เยาวชนกลุ่มนี้มีตั้งแต่เด็กที่เพิ่งจบชั้นประถมปีที่ 6 แล้วก็ เข้าไปรับจ้างขายแรงงาน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเยาวชนวัยกำลังหนุ่มสาว อายุระหว่าง 18 ปี ไปจนถึง 25 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเยาวชนเต็มตัว คนวัยหนุ่มสาวนี้จะไปทำงานรวมตัวกันอยู่ตามเมืองใหญ่ ๆ หรือเมืองอุตสาหกรรม เช่น กรุงเทพ ฯ ระยอง อยุธยา นครราชสีมา เป็นต้น เยาวชนดังกล่าวพื้นฐานความรู้ส่วนใหญ่จบแค่ ป. 6 ต้องจากบ้านที่คุ้นเคยกับชีวิตชนบท แบบชาวไร่ชาวนามาใช้ชีวิตแบบอุตสาหกรรม ต้องทำงานตรงตามเวลาเข้าทำงาน เวลาเลิกงาน ได้ค่าจ้างที่ไม่มากทำงานหนัก ต้องทำงานนอกเวลาเพิ่มเพื่อให้ได้เงินมากขึ้น อาหารการกินจำกัด ที่อยู่คับแคบ เวลาพักผ่อนน้อย ว่างเพียงวันอาทิตย์วันเดียว จะรีบออกไปเที่ยวพักผ่อนตามศูนย์การค้าหรือสวนสาธารณะ มีปัญหาทางจิตใจ ปัญหาทางเพศ จับคู่อยู่กันแบบผัวเมียเร็ว มีลูก เกิดปัญหา เกิดการแตกแยก รวมถึงเรื่องปัญหายาเสพติด เป็นต้น

Comments Off on สภาพปัญหาของเยาวชนไทยในปัจจุบันนี้

ปัญหาของเยาวชนไทยจะต้องยอมรับเสียก่อนว่าเยาวชนไทยส่วนใหญ่เป็นคนดี

33

ถ้ามองถึงปัญหาของเยาวชนไทยจะต้องยอมรับเสียก่อนว่าเยาวชนไทยส่วนใหญ่เป็นคนดี เป็นพลเมืองดีของชาติ แต่ผู้ใหญ่คาดหวังจะให้เขาเป็นคนดียิ่งขึ้นไปอีกและมีเยาวชนอีกจำนวนหนึ่งมีปัญหา ซึ่งคำว่าจำนวนหนึ่งนี้เมื่อเทียบกับเยาวชนทั้งประเทศ เยาวชนที่มีปัญหาก็นับจำนวนเป็นล้านทีเดียวจากลักษณะของเยาวชนไทยที่มีจำนวนมากเช่นนี้ หากจะทำความเข้าใจและให้ความสนใจเยาวชน ก็ควรเข้าใจว่าเยาวชนแยกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ซึ่งแบ่งแยกตามลักษณะสังคมอยู่แล้ว คือกลุ่มเยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษา โรงเรียนเริ่มตั้งแต่นักเรียนชั้นมัธยมเรื่อยไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย เยาวชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนดี ใฝ่ศึกษาหาความรู้ มีความรู้ สนใจสิ่งที่อยู่รอบตัวและสนใจเรื่องราวทั้งที่อยู่ใกล้ตัว ไกลตัว รวมไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรรมและความสนใจหลากหลาย

กลุ่มเยาวชนที่อยู่ในชุมชน ในหมู่บ้านหนึ่งหรือชุมชนหนึ่ง จะมีเยาวชนอยู่จำนวนไม่น้อยทีเดียว เยาวชนเหล่านี้จะมีลักษณะที่หลากหลายปะปนกัน เยาวชนจำนวนหนึ่งออกไปทำงานนอกบ้านแล้วกลับมาตอนเย็น บางกลุ่มทำงานช่วยพ่อแม่อยู่บ้าน บางกลุ่มอยู่บ้านเฉย ๆ บางกลุ่มก็เข้ามาอยู่ในชุมชนอย่างแอบแฝง ดังนั้นเยาวชนกลุ่มนี้จึงมีลักษณะหลากหลาย มีตั้งแต่เยาวชนผู้นำรวมกลุ่มทำกิจกรรมให้แก่สังคมอย่างเข้มแข็ง เป็นกำลังสำคัญของหมู่บ้านรองจากผู้ใหญ่รวมไปถึง พวกอยู่เฉย ๆ กินเหล้าเมายา ลักเล็กขโมยน้อย รวมไปถึงติดยาเสพติด และเรื่องอื่น ๆ ด้วย

กลุ่มเยาวชนที่อยู่ในสถานประกอบการ เยาวชนกลุ่มนี้มีตั้งแต่เด็กที่เพิ่งจบชั้นประถมปีที่ 6 แล้วก็ เข้าไปรับจ้างขายแรงงาน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเยาวชนวัยกำลังหนุ่มสาว อายุระหว่าง 18 ปี ไปจนถึง 25 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเยาวชนเต็มตัว คนวัยหนุ่มสาวนี้จะไปทำงานรวมตัวกันอยู่ตามเมืองใหญ่ ๆ หรือเมืองอุตสาหกรรม เช่น กรุงเทพ ฯ ระยอง อยุธยา นครราชสีมา เป็นต้น เยาวชนดังกล่าวพื้นฐานความรู้ส่วนใหญ่จบแค่ ป. 6 ต้องจากบ้านที่คุ้นเคยกับชีวิตชนบท แบบชาวไร่ชาวนามาใช้ชีวิตแบบอุตสาหกรรม ต้องทำงานตรงตามเวลาเข้าทำงาน เวลาเลิกงาน ได้ค่าจ้างที่ไม่มากทำงานหนัก ต้องทำงานนอกเวลาเพิ่มเพื่อให้ได้เงินมากขึ้น อาหารการกินจำกัด ที่อยู่คับแคบ เวลาพักผ่อนน้อย ว่างเพียงวันอาทิตย์วันเดียว จะรีบออกไปเที่ยวพักผ่อนตามศูนย์การค้าหรือสวนสาธารณะ มีปัญหาทางจิตใจ ปัญหาทางเพศ จับคู่อยู่กันแบบผัวเมียเร็ว มีลูก เกิดปัญหา เกิดการแตกแยก รวมถึงเรื่องปัญหายาเสพติด เป็นต้น

Comments Off on ปัญหาของเยาวชนไทยจะต้องยอมรับเสียก่อนว่าเยาวชนไทยส่วนใหญ่เป็นคนดี

การคลุกคลีกับเทคโนโลยีในวัยเด็กมีผลต่อภาวะทางความคิดของวัยที่เริ่มเติบโต

การเปลี่ยนพฤติกรรมจากการอ่านหนังสือสิ่งพิมพ์ธรรมดาไปเป็นการรับข่าวสารผ่านแท็บเล็ต อีกทั้งการเปิดเครื่องมือค้นหา และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการทำการบ้าน นัดพบเปิด Google+ Hangout ถ่ายทอดสดให้คนทั่วโลกดูกิจวัตรของเรา ใช่ครับ โลกในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว และเปลี่ยนไปเยอะมากจนลืมไปว่าเราอยู่กันแบบเดิมอย่างไร

เด็กอายุ 3-5 ขวบ สามารถทำความเข้าใจ iPad ได้รวดเร็ว และดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่กำราบอาการงอแงของพวกเขาซะอยู่หมัด วัยรุ่นใช้เวลาในการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ และทำกิจกรรมกับมันชั่วโมงละไม่ต่ำกว่า 8-10 ครั้ง

หากสังเกตวัยรุ่นทุกวันนี้ จะพบว่า พวกเขาใช้เวลาคลุกคลีกับคอมพิวเตอร์มากกว่าหนังสือ และใช้เวลากับการออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง บนทุกแพลตฟอร์ม รวมไปถึงสมาร์ทโฟน สมาธิของพวกเขามักจะจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่ละสายตาไปจากมัน

ทั้งได้เห็นช่วงอายุระหว่าง 18-25 ปี ที่ถือว่าเป็นช่วงวัยรุ่น ได้เปลี่ยนไปเป็นอายุ 30-45 ปีแทน หมายความว่า เจเนอเรชั่นหรือช่วงอายุของผู้คนได้ยกระดับขึ้น ยุคของคนที่คาบเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์และคอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นกลุ่มวัยกลางคน และผู้สูงอายุ ยุคของวัยรุ่นที่โตมาพร้อมกับประตูที่เปิดกว้างของเทคโนโลยีเริ่มกลายเป็นกลุ่มของวัยผู้ใหญ่ มีผลต่อเนื่องเป็นไปถึงกลุ่มวัยรุ่นหรือเยาวชนในยุคหลังด้วย เรากำลังก้าวสู่ยุคของวัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า วัฒนธรรมหน้าจอ Teenagers to Screenagers

เมื่อใดที่ลูกของตนเริ่มงอแง การดูแลเอาใจใส่จากเดิมหายไป กลับหยิบเอา iPad ให้ลูก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปจดจ่อกับสิ่งอื่นแทน

ข้อดีคือ ลดภาระของพ่อแม่ ลูกสามารถทำความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพในการรับรู้กับเทคโนโลยีตัวใหม่ได้เร็วขึ้น

ข้อเสียก็คือ เทคโนโลยีกำลังแย่งความรักไปจากมนุษย์ และยังมีผลทำให้สมาธิและอารมณ์ของเด็กสั้นจนเกินไปอีกด้วย

วัฒนธรรมหน้าจอที่ยกขึ้นมา ทำให้เด็กอยู่กับการตอบสนองที่รวดเร็วของเทคโนโลยี จนลืมว่าการรับรู้ของเด็กที่โตมากับเทคโนโลยีจะได้อิทธิพลของความต้องการตอบสนองแบบทันทีทันใด มากกว่าจะเก็บข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วนค่อยเป็นค่อยไป

การคลุกคลีกับเทคโนโลยีในวัยเด็กมีผลต่อภาวะทางความคิดของวัยที่เริ่มเติบโต หากสังเกตวัยรุ่นมัธยมปลาย หรือระดับที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย จะพบว่ากลุ่มดังกล่าวพกโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนเกือบทุกคน แทบจะไม่มีโอกาสได้ปิดเครื่องโทรศัพท์ได้นานเกินฟังก์ชั่นการ Restart เครื่อง หากจะหยุดได้นานที่สุดคือ 1-2 ชั่วโมง เวลาที่ทานข้าว และอยู่ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น

แปลว่า หากเยาวชนในยุคดิจิตอลต้องการคำตอบ หรือข้อมูลในตอนไหน พวกเขาต้องได้ในตอนนั้น พวกเขาไม่ต้องการเสียเวลาเพียงไม่กี่นาทีในการรอข้อมูลในหน้ากระดาษ ที่ต้องอาศัยทักษะในการค้นหาและเปิดอ่าน คอนเทนต์ที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล มีฟังก์ชั่นการค้นหาที่รวดเร็ว ตอบโจทย์ภาวะความต้องการของพวกเขาได้มากกว่า รูปภาพ และวิดีโอ สามารถสื่อความเข้าใจได้รวดเร็วมากกว่าตัวอักษร และตัวหนังสือ

โลกดิจิตอลสร้างความคุ้นเคย และทำให้ภาวะที่ต้องอาศัยการรอคอย เช่น การเข้าคิว และการอ่านหนังสือแล้วคิดตามไม่ทันใจ พวกเขาเสพติดการเชื่อมต่ออย่าง การดูวิดีโอ และบทความ ผ่านการแบ่งปันของเพื่อนที่อยู่บนเครือข่ายมากกว่าจะออกไปค้นหาข้อมูล แล้วมาแบ่งปันซะเอง

ที่สำคัญ หลายอย่างที่พวกเขาไม่เข้าใจ สามารถหาคำตอบนั้นใน Google โดยไม่ได้คิดวิเคราะห์ถึงที่มาที่ไปอย่างถ่องแท้ อีกทั้งข้อมูลใน Google มีทั้งที่เหมาะสมกับเด็กและไม่เหมาะสมอยู่มากมาย หากจะใช้ฟังก์ชั่นพื้นฐานของระบบในการล็อก หรือปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลไม่เหมาะสมเหล่านั้นคงไม่เพียงพอ อย่าลืมว่าพวกเขาทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีได้ไวและอาจจะเข้าใจได้มากกว่าคุณ

Comments Off on การคลุกคลีกับเทคโนโลยีในวัยเด็กมีผลต่อภาวะทางความคิดของวัยที่เริ่มเติบโต

ปัญหาเยาวชนเป็นโรคติดอินเทอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่สำคัญในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านกิจการงานต่างๆ ด้านการศึกษาหาความรู้ รวมถึงด้านการหาความสุขสนุกสนานก็สามารถทำได้ผ่านอินเทอร์เน็ต จากการที่อินเทอร์เน็ตช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนทั่วโลกทำให้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยถึงปี พ.ศ. 2553 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมากกว่า 1,700 ล้านคน และจีนเป็นประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดโดยเมื่อปี พ.ศ. 2552 จีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 384 ล้านคน อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ตก็อาจจะเปรียบได้กับเหรียญที่มีสองด้าน คือ ด้านหนึ่งหากใช้อินเทอร์เน็ตไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะได้รับประโยชน์จากการใช้อินเทอร์เน็ตได้มากมายมหาศาล อีกด้านหนึ่งในทางตรงกันข้ามหากใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมก็อาจจะเกิดโทษโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชนและคนวัยรุ่นที่อาจจะยังมีวุฒิภาวะไม่มากพอที่จะคัดกรองและควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของตนจนทำให้เป็นโรค “ติดอินเทอร์เน็ต (Internet Addiction)”

อาจกล่าวได้ว่า โรคติดอินเทอร์เน็ตเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบการจัดระเบียบความคิดและการควบคุมความต้องการตนเองผิดพลาด จนทำให้ไม่สามารถควบคุมตนเองให้ใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างเหมาะสมจนอินเทอร์เน็ตเข้าไปแทรกแซงกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวันมากเกินไป ซึ่งจะพบมากในกลุ่มเยาวชนและคนวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในวัยคึกคะนองและอยากรู้อยากเห็นที่เมืองจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดกำลังประสบปัญหาเด็กติดอินเทอร์เน็ตอย่างหนักโดยเมื่อปี พ.ศ. 2552 มีเยาวชนและคนวัยรุ่นติดอินเทอร์เน็ตถึง 24 ล้านคน ทั้งนี้ ผู้ที่มีอายุ 18-23 ปี เป็นกลุ่มที่ติดอินเทอร์เน็ตมากที่สุดร้อยละ 15.6 ส่วนผู้ที่มีอายุ 6-12 ปี เป็นกลุ่มที่ติดอินเทอร์เน็ตร้อยละ 8.8 สำหรับกิจกรรมที่ทำให้เยาวชนและคนวัยรุ่นชาวจีนเป็นโรคติดอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่าอันดับที่หนึ่งคือ การเล่นเกมออนไลน์คิดเป็นร้อยละ 48 อันดับที่สอง คือ ชมการ์ตูน ภาพยนตร์ และดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ คิดเป็นร้อยละ 23 และอันดับที่สาม คือ การสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตและการหาคู่ออนไลน์ คิดเป็นร้อยละ 13

โรคติดอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบหลายด้าน อาทิ ด้านการศึกษา ด้านการทำงาน รวมถึงด้านมนุษยสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และด้านการเข้าสังคม เป็นต้น โดยมีผลวิจัยในประเทศอังกฤษเกี่ยวกับผลกระทบของอินเทอร์เน็ตต่อเด็กนักเรียน พบว่า นักเรียนในอังกฤษไม่มีสมาธิอยู่กับการอ่านหนังสือหรือตำราเรียนเป็นระยะเวลานานๆ ได้ ทั้งนี้ มีสาเหตุมาจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่ส่งผลให้เด็กชอบทำอะไรต่างๆ อย่างรวดเร็ว และไม่ชอบทำอะไรอย่างอ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานาน ฉะนั้น เมื่อต้องทำสิ่งใดก็ตามที่ต้องใช้สมาธิ เด็กๆ ก็จะไม่สามารถทำได้ดี นอกจากนี้ ธรรมชาติของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมักจะเป็นการคลิกเปิดดูหน้าเว็บอย่างรวดเร็วแทนการจดจ่อกับข้อมูลไปทีละหน้าเหมือนกับการอ่านหนังสือ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลต่อพฤติกรรมในการอ่านของเด็กนักเรียนที่ทำให้ไม่สามารถจะอดทนต่อการอ่านหรือเขียนหนังสือเป็นเวลานานๆ ได้

Comments Off on ปัญหาเยาวชนเป็นโรคติดอินเทอร์เน็ต

เยาวชน กับการใช้เทคโนโลยี

ในปัจจุบันมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ของเด็ก ซึ่งคงมีอยู่ในใจของผู้อ่านจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ยุคการศึกษาแบบไร้พรมแดนที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก จนเกิดความลังเลใจว่า เราจะให้ลูกได้เริ่มเรียนคอมพิวเตอร์เมื่อใดดี จากหลักปรัชญาแห่งการศึกษาที่สำคัญคือ การจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับผู้เรียนทั้งสภาพความพร้อมและสิ่งแวดล้อมจะต้องเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ การจัดการศึกษาทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนจึงต้องเปลี่ยน แปลง ไปตามสภาพกาลเวลา

เทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังมีบทบาทที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และเปรียบเสมือนดาบสองคม ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่มีแรงกระตุ้นต่อเด็กและเยาวชนมาก ไม่ว่าจะเป็นสื่อต่างๆ ที่ออกมากับคอมพิวเตอร์ในรูปของอินเตอร์เน็ตที่สามารถสื่อสารได้ทุกเรื่องและทั่วทุกมุมโลก ฉะนั้นโอกาสที่เด็กจะค้นพบสิ่งที่ยั่วยุในทางที่ไม่ดีก็มีความเป็นไปได้สูงมาก

ประเด็นอยู่ที่ว่า การแนะนำความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กและเยาวชนของชาติต้องคำนึงถึง สภาพความเหมาะสมต่อการเรียนรู้ การสอนคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กสามารถกระทำได้ทุกระดับอายุขึ้นอยู่กับการนำเนื้อหาใดไปสอน ซึ่งต้องเหมาะสมกับสภาพการรับรู้ของเด็กเอง เด็กเป็นผู้ใฝ่หาและอยากเรียนรู้จะทำให้มีสภาพการเรียนรู้ที่ค่อนข้างรวดเร็ว หากจัดการศึกษาที่เหมาะสมเด็กจะเรียนรู้และเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างได้รวดเร็วและตรงกันข้ามหากนำสิ่งที่ยุ่งยากและซับซ้อนมาสอนเด็กในวัยต้นนี้ เด็กจะปฏิเสธและมีความฝังใจว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งยุ่งยากและจะไม่ยอมรับอีกต่อไป คอมพิวเตอร์จะช่วยสร้างสรรค์เด็กในเรื่องความคิดริเริ่มเด็กสามารถจินตนาการต่าง ๆ และแสดงออกบนจอภาพได้ สามารถใช้ลำดับความคิดอย่างเป็นระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์แสดงในสิ่งที่ตนเองต้องการ และยังสร้างความคิดอย่างมีเหตุมีผลมีความรอบคอบในสิ่งที่ตนเองทำ การเรียนคอมพิวเตอร์จึงทำให้เกิดการสร้างสรรค์ใฝ่หาและกระตือรือร้นในการค้นหาสิ่งแปลกใหม่ การให้เด็กได้เรียนคอมพิวเตอร์ในวัยเด็กจึงเสมือน ดาบสองคม ที่อาจส่งผลในเชิงบวกหรือลบก็ได้ ผลที่เกิดขึ้นจึงอยู่ที่การจัดการศึกษาเป็นสำคัญ สิ่งใดที่ให้คุณแต่หากใช้ไม่ถูกต้องก็ย่อมให้โทษได้เช่นกัน ผู้สอนคอมพิวเตอร์ต้องเข้าใจในตัวเด็กเป็นอย่างดี เด็กอาจจะสนุกสนานกับการเล่นเกม สนุกสนานกับการวาดภาพ หรือตื่นเต้นกับค้นหาข้อมูลแปลกใหม่จากอินเตอร์เน็ตจะช่วยสร้างสรรค์เด็กในเรื่องความคิดริเริ่ม เด็กสามารถจินตนาการต่าง ๆ และแสดงออกบนจอภาพได้ สามารถใช้ลำดับความคิดอย่างเป็นระบบเพื่อให้คอมพิวเตอร์แสดงในสิ่งที่ตนเองต้องการ และยังสร้างความคิดอย่างมีเหตุมีผลมีความรอบคอบในสิ่งที่ตนเองทำ การเรียนคอมพิวเตอร์จึงทำให้เกิดการสร้างสรรค์ใฝ่หาและกระตือรือร้นในการค้นหาสิ่งแปลกใหม่ให้กับชีวิต

เด็กและเยาวชนเป็นวัยที่แสวงหาจึงเป็นวัยที่อันตรายต่อสิ่งยั่วยุ หากจัดการทิศทางของการเรียนรู้ไม่ถูกต้องจะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเครื่องทำลายเด็กและเยาวชนโดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัว ฉะนั้นจึงต้องให้ความสำคัญ ดูแลเอาใส่กับเด็กและเยาวชนให้มากขึ้น โดยจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ อย่าให้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องทำลายเด็กและเยาวชนโดยที่ผู้ปกครองอาจไม่รู้ตัว

Comments Off on เยาวชน กับการใช้เทคโนโลยี